ย้อนรอยโมเมนต์แห่งความทรงจำของเมสซี่ก่อนตัดสินใจแขวนสตั๊ด

ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าชาวอาร์เจนตินาในวัย 39 ปี กำลังพิจารณาอนาคตการค้าแข้ง หลังจากต้องเผชิญกับความสูญเสียเมื่อบิดาของเขาได้จากไป แม้เขาจะยังมีสัญญากับสโมสรอินเตอร์ ไมอามี่ ยาวไปจนถึงปี 2028 แต่ความเศร้าโศกครั้งนี้ทำให้เขาเริ่มลังเลเกี่ยวกับเส้นทางลูกหนังที่เขารักมาตลอดชีวิต โดยยอมรับว่าหมดไฟในการเล่นฟุตบอล วันนี้เราจึงอยากพาทุกท่านย้อนกลับไปชมเหตุการณ์สำคัญที่สร้างชื่อให้เขากลายเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจของโลกฟุตบอลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

แฮตทริกแรกในอาชีพของเมสซี่เกิดขึ้นในศึก เอล กลาซิโก้ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ปี 2007 ด้วยวัยเพียง 19 ปี เขาเหมาทำคนเดียวสามประตูช่วยให้ บาร์เซโลน่า ไล่ตามตีเสมอคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เรอัล มาดริด ไปอย่างสุดมันส์ 3-3 โดยหนึ่งในนั้นคือประตูช่วงนาทีสุดท้ายที่เขาเลี้ยงบอลหลบแนวรับคู่แข่งอย่างเหนือชั้น โมเมนต์นี้เปรียบเสมือนการประกาศศักดาให้แฟนบอลทั่วโลกได้รู้จักชื่อและพรสวรรค์อันเหลือเชื่อของเขา ก่อนก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในเวลาต่อมา

นอกจากการเลี้ยงบอลหลบผู้เล่นทีมเกตาเฟ่ถึงห้าคนเพื่อเข้าไปทำประตูสุดคลาสสิกแล้ว เมสซี่ยังได้สร้างผลงานและสถิติการทำประตูที่น่าเหลือเชื่อมากมายตลอดระยะเวลาที่เขาค้าแข้งในทวีปยุโรป ดังต่อไปนี้

  • ทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของบาร์เซโลน่าด้วยผลงานรวม 672 ประตู
  • จารึกสถิติโลกบนกินเนสส์บุ๊กด้วยการยิงทะลุ 91 ประตูภายในปีปฏิทินเดียว (ปี 2012)
  • เหมาคนเดียว 4 ประตูพาทีมถล่มอาร์เซน่อล 4-1 ในศึกแชมเปียนส์ลีกปี 2010
  • ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของลาลีกาสเปนด้วยผลงาน 474 ประตู

เหตุการณ์ที่แฟนบอลทั่วโลกจดจำได้ดีเกิดขึ้นในศึกเอลกลาซิโก้เมื่อเดือนเมษายนปี 2017 เกมดำเนินมาถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บด้วยสกอร์ที่เสมอกัน ก่อนที่ ลิโอเนล เมสซี่ จะซัดประตูชัยจากจังหวะยิงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ พาบาร์เซโลน่าบุกไปเอาชนะเรอัล มาดริด 3-2 นี่คือประตูที่ 500 ของเขากับสโมสร หลังจากนั้นเขาได้สร้างอีกหนึ่งตำนานด้วยการถอดเสื้อแข่งขันออกมาชูต่อหน้าแฟนบอลเจ้าถิ่น เพื่อประกาศชื่อของตนเองให้ทุกคนได้ประจักษ์ถึงความยิ่งใหญ่

ครั้งหนึ่งเมสซี่เคยถูกตั้งคำถามว่าจะทำผลงานได้ดีหรือไม่เมื่อเจอสโมสรจากอังกฤษในเวทียุโรป แต่ข้อสงสัยถูกลบไปเมื่อเขาโหม่งทำประตูใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบชิงยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกปี 2009 ซึ่งเป็นการดวลกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จากนั้นเขายังพาบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ยุโรปอีกหลายสมัย พร้อมทำลายสถิติดาวซัลโวสูงสุดของสโมสรด้วยวัย 24 ปี หลังทำแฮตทริกใส่กรานาด้าในปี 2012 แซงสถิติของ เซซาร์ โรดริเกซ ได้สำเร็จ

เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2021 เมื่อเมสซี่ต้องอำลาบาร์เซโลน่าแบบไม่มีค่าตัว หลังรับใช้สโมสรมายาวนานถึง 21 ปี พร้อมฝากผลงานอันยิ่งใหญ่ไว้มากมาย สาเหตุหลักมาจากกฎเพดานค่าเหนื่อยของลาลีกาที่ทำให้สโมสรไม่สามารถต่อสัญญาได้ งานแถลงข่าวอำลาทีมเต็มไปด้วยน้ำตาและความโศกเศร้า เมสซี่ยอมรับว่านี่คือสิ่งที่ไม่เคยคาดคิด เพราะเขาและครอบครัวตั้งใจจะอยู่ที่นี่ต่อไป ก่อนตัดสินใจย้ายไปเริ่มต้นความท้าทายใหม่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ฝรั่งเศส

หลังจากต้องพบกับความผิดหวังในระดับทีมชาติมาหลายครั้ง ท่ามกลางการลุ้นของผู้ที่ชื่นชอบการแทงบอล ในที่สุดเมสซี่ก็สามารถปลดล็อกความสำเร็จและพาทีมชาติอาร์เจนตินาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกฟุตบอลได้สำเร็จ ซึ่งประกอบไปด้วยเหตุการณ์สำคัญดังนี้

  • คว้าแชมป์โคปาอเมริกาครั้งแรกในปี 2021 ด้วยการบุกไปเอาชนะบราซิลถึงถิ่น
  • พาทีมชาติอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ด้วยการดวลจุดโทษชนะฝรั่งเศส
  • คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2022 พร้อมผลงานยิง 7 ประตู
  • สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการคว้ารางวัลบัลลงดอร์สมัยที่ 8 ซึ่งมากที่สุดในโลก

ฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นเวทีสำคัญของ ลิโอเนล เมสซี่ ในวัย 39 ปี แม้ทีมชาติอาร์เจนตินาจะพลาดการป้องกันแชมป์หลังแพ้สเปนในรอบชิงชนะเลิศ แต่ผลงานส่วนตัวของเขายังคงโดดเด่น เมสซี่ยิงได้ 8 ประตู ทำให้ยอดรวมในฟุตบอลโลกเพิ่มเป็น 21 ประตู และขึ้นนำสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลชั่วคราว ก่อนที่ คีเลียน เอ็มบัปเป้ จะแซงด้วย 22 ประตู อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นอีกหนึ่งบทส่งท้ายที่น่าจดจำของยอดนักเตะตำนานลูกหนังของอาร์เจนตินาถึงแม้ทีมจะคว้าได้เพียงรองแชมป์โลกก็ตาม

แม้ ลิโอเนล เมสซี่ จะยังมีสัญญากับ อินเตอร์ ไมอามี่ จนถึงปี 2028 แต่อนาคตการค้าแข้งของเขายังคงไม่แน่นอน หลังต้องเผชิญกับการสูญเสียบิดาผู้มีบทบาทสำคัญในชีวิต ทำให้เจ้าตัวเริ่มทบทวนว่าควรเล่นฟุตบอลต่อไปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเมสซี่จะตัดสินใจค้าแข้งต่อหรือประกาศแขวนสตั๊ด ความสำเร็จตลอดกว่า 20 ปี ทั้งระดับสโมสร ทีมชาติ และรางวัลส่วนตัว ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาถูกจารึกเป็นหนึ่งในตำนานลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก

Scroll to Top